โดยมือ5
เรื่อง
Off-road เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีรสชาติ หวานมันครบรส
ในตอนนี้จะเล่าเรื่อง "รถดำน้ำที่ทุ่งใหญ่นเรศวร"
แต่ก่อนที่จะกล่าวถีงเรื่องนี้ขอทำความตกลงกันก่อนสักเล็กน้อย
แต่จะว่าไปแล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องดังกล่าวก็คือการจัดระดับ
หรือชั้นของรถประเภทนี้ ก็จะขอทำความตกลงกันดังต่อไปนี้
ทุ่งใหญ่นเรศวร เป็นมรดกโลกที่มีความสวยงามตามธรรมชาติ มีหลากหลายพันธ์ไม้ให้เห็น ต้องไปชมเองจึงจะเห็น มีทั้งทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ป่าประเภททึ่บ ภูเขา สายน้ำ ครบถ้วน ยามเช้า ณ ที่ตั้งเต้น เหมือนอยู่ในหมอก ผู้เขียนได้มีโอกาสเข้าไปเที่ยวทุ่งใหญ่นเรศวรนับครั้งไม่ถ้วน เพราะชอบมากๆๆๆพอมีเวลาว่างก็จะขับรถไปพัก 1 หรือ 2 คืน แล้วกลับกรุงเทพฯ ทั้งนี้เพราะใกล้ กทม. ไปทางจังหวัดกาญจณบุรี ไม่ไกลเลยจาก กทม. กางแผนที่ดู นัก Off-road มีแผนที่อยู่แล้ว ไปทางสังขละบุรี เข้าทางสามแยกพุทโธ สะดวกที่สุด ไปสิ้นสุดที่หมู่บ้านทุ่งเสือโทน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทุ่งใหญ่นเรศวร รูปนี้เป็นทางเข้าที่เรียกว่าสามแยกพุทโธ เห็นง่ายเพราะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่ ด้านขวามือ ตามเส้นทางไปสังขละบุรี ที่ได้กล่าวข้างต้นแล้วขับไปตามทางเลื่อยไป มีทางแยกดูป้ายให้ดีก็แล้วกัน จนถึงหมู่บ้านทุ่งเสือโทน ที่จริงแล้วก่อนถึงนิดหน่อยจะมีทางแยกเลี้ยวซ้ายข้าไปประมาณ 1 กม. ก็จะพบด่านแรก ผ่านตามกรรมวิธี ความจริงแล้วไม่น่าจะต้องยุ่งยากอะไร เพราะป่าก็เป็นสมบัติของคนไทยทุกคน ไม่ใช่เป็นสมบัติของกรมป่าไม้ จะว่ากรมป่าไม้รักษาไว้ให้คนไทยทุกคนก็เห็นอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร ผู้เขียนเคยพบกับอธิบดีกรมป่าไม้ คุยกันเรื่องให้ชาว Off-road เข้าไปช่วยตรวจป่า ทำได้อย่างดีเพราะเรามีเครื่องมือครบ ทั้งรถยนต์ อุปกรณ์สื่อสาร ฯลฯ ไม่ต้องกล้วว่าพวกเราจะทำลายสิ่งแวดล้อม ทำลายป่า เป็นไปไม่ได้เลย อาหารการกินก็เตรียมกันไปพร้อม ทานเสร็จก็เก็บขยะไว้ในรถ แล้วเอาไปทิ้ง ที่ทิ้งข้างนอก ปกติจะเอาไปทิ้งที่ปั้มน้ำมันโน่นแนะ การขับรถในป่าก็ไม่มีการทำเส้นทางใหม่ เวลาใช้ Winch ก็ใช้เชือกคล้องต้นไม้ ฯลฯ พวกเราทราบกันดี มีแต่ผลดีทั้งนั้น ผลเสียมีอยู่ประการเดี่ยวคือ ทำให้ชาว Off-road รู้อะไรดีๆ การตัดไม้ทำลายป่า จะยากหรือง่ายกว่าเดิม ชาว Off-road คงไม่เอาต้นซุงใส่รถออกมาจากป่าดอกนะ ไม่ยากจะพูด นโยบายก็มีดีๆอยู่แล้ว แต่ภาคปฏิบัติของหน่วยรักษาป่ามันยังไงๆ อยู่นา เลิกพูดเรื่องนี้ดีกว่า มาเข้าเรื่อง รถดำน้ำที่ทุ่งใหญ่นเรศวร ดีกว่า แต่เสียดายหมดโควต้าเสียแล้ว ไว้พบกันตอนต่อไปแล้วกันนะ ................ ตอนใหม่.. เข้าไปในทุ่งใหญ่ตรงสามแยกพุทโธปลอดภัยที่สุด เข้าทางอื่นก็ได้ เข้าทางนิคม ไปเหมืองสองท่อ แต่ทางแคบ แล้วยังเจอกับยักษ์ใหญ่ คือรถบรรทุกแร่ ไม่รู้จะพูดอย่างไร กันเลยละ ทางที่สามแยกตามรูปเป็นทางที่ขับสบาย ตอนนี้ดีขึ้นมาก เข้าไปในทุ่งใหญ่ฯ ก็จะพบกับด่าน แจ้งชื่อเสียงเรียงนามกันเรียบร้อยไปวิ่งเข้าไป ทุ่งไหญ่... ที่ไปกันนั้นเป็นต้นหน้าฝน ไปถวายเทียนเข้าพรรษากัน ตอนนั้นมีฝนตกมาแล้ว ทางลื่นมากๆ ต้องขับให้ดีไม่อย่างนั้นล้อหลังจะแซงล้อหน้า ก็เป็นการเรียกกันเอง แท้จริงแล้วก็คือ ถ้ารักษารอบของล้อหน้า กับล้อหลังไม่ใกล้เคียงกัน ล้อหลังตามปกติจะหมุนเร็วกว่าจึงทำให้รถวิ่งสายไปมาทางด้านหลังของรถจะนำ จะพบปัญหา นี้ในทางวิบากที่ลื่นมากๆ แต่พูดได้คำเดียวว่าสนุกดี... ถ้าเปรียบเทียบกับการขับรถบนหิมะโดยไม่ใช้โซ่แล้ว ขับบนหิมะยากกว่ามาก เวลาเลี้ยวก็จะไม่ค่อยยอม เลี้ยว เวลาเบรคไม่ดีรถจะหมุนเลยละ แต่ประสพการณ์เอามาเทียบเคียงใช้กันได้ กลับมาที่ทุ่งใหญ่ๆ มีด่านอยู่หลายด่าน เช่น ทิคง ทินวย ฯลฯ เข้าไปถึงที่ทำการ ใหญ่ ก็ตังแค้มกันได้เขามีพื้นที่ให้ เวลาพักอยู่ที่เต็นท์ นักOff-road มือใหม่มักจะดื่มเหล้า เปิดเพลงดัง ดูที่วีดัง เล่นกิต้า ร้องเพลงกันเสียงดัง เรื่องแบบนี้ใน ต่างประเทศเขาไม่ทำกันแล้ว เหตุผลเพราะอะไร ก็เพราะว่าถ้าเราทำแบบนั้นก็จะเป็นการรบกวนสัตว์ที่อยู่ตามธรรมชาติ อีกอย่างถ้าทำแบบนั้นอยู่กับบ้านดีกว่า ไม่ต้องขับรถให้เมื่อย การเที่ยวป่าเป็นการไปชมธรรมชาติ เสียงธรรมชาติ เสียงนก เสียงจักจั่น เรไร ประสานเสียงกันไพเราะยิ่งกว่าดนตรีวงใดๆ .... ตอนนี้ที่เขาใหญ่เขาเริ่มเข้าใจแล้ว ที่ตั้งเต็นท์ ห้ามส่งเสียงใดๆ ที่เป็นการรบกวนธรรมชาติ แต่บางคนก็ยังทำ เจ้าหน้าที่ต้องมาเตือน ก็แก้กันไป ในอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน ฯลฯ เข้าก็ทำกันแบบนี้นั้น กล่าวคือเที่ยวแบบไม่รบกวนธรรมชาติ รวมทั้งไม่รบกวนคนอื่นที่มาเที่ยวเหมือนกับเราด้วย ..... จำไว้... ที่ไปตอนนั้นเป็นการนำเทียนเข้าพรรษาไปถวายที่วัดจะแก เป็นสำนักสงฆ์ หรือวัดก็ไม่รู้ยังไม่ได้ตรวจสอบคูณสมบัติ เขาเขียนว่าเป็นวัด ก็ เป็นวัด ก็แล้วกัน อยู่ด้านในสุดของป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อยู่ใก้ลกับแม่น้ำสุริยะ ถนนลื่นมาก มีน้ำถ้วมขัง เป็นล่องน้ำ ผสมกับโคลน ขับไม่ดี ติดลูกเดียว....... รถหลายคัน แม้ว่าจะเป็นรถระดับ 5 ก็ยังแย่ ต้องประกอบกับฝีมือคนขับด้วยจึงจะสำเร็จ ไปครั้งนี้รถหลายคันไม่สามารถเข้าไปได้ ต้องจอดรอ ที่ที่ตั้งเต็นท์ ก็จะเป็นบริเวณด่านต่างๆที่เขาจัดที่ไว้ให้ จะไปกางเต็นท์ในป่าไม่ได้ ไม่ปลอดภัย ทางบางตอนเป็นทางเอียง ถ้าขับไม่ดีรถก็จะไถลลงด้านริมถนน จะขึ้นได้ ก็มีทางขึ้นได้ก็คือใช้ Winch หรือไม่ก็ใช้รถคันอื่นลากขึ้น ในกลุ่มก็เจอกันแบบนี้ ลงไปถนนก็ดินทั้งนั้น แต่......มันดี ....
สุดท้ายก็มาถึงวัดจะแกจนได้ตามความมุ่งหมาย ได้กุศลแรงๆ เลย ...ละ..... แต่กว่าจะมาถึงได้ก็ต้องนอนค้างคืนกันในป่า ขับผ่านลำห้วย ลำน้ำ ทั้งเล็กทั้งใหญ่ มีทั้งนั้น ผ่านทางวิบาก ผ่านดงวี่ ที่กว้างมาก กับห้วยเล็กๆอีก ตรงนี้ละที่สร้างวีรกรรมวิบาก โปรดติดตามตอนต่อไป....
1 / 2 | ||||||||||||||||||||||||||
|
Note2you www.note2you.com Copyright ©All r ights reserved: webmaster@note2you.com tel. 01902-4922 Sales 01309-2455, 011724411, 02448-2655 |